บ้านใหม่

posted on 01 Jan 2012 23:28 by skdragon  in Life
ปีใหม่แล้ว เข้ามาเขียนบล็อคสักหน่อยหลังจากที่หายไปสักพัก(?)

เริ่มต้นด้วยการอวยพรเลยดีกว่า
 
ขอให้ทุกคนมีความสุข ยิ้ม หัวเราะได้ทั้งปีนะครับ
อย่างน้อยก็ขอให้ทุกคนเจอเรื่องที่ทำให้ทุกข์น้อยกว่าเรื่องที่ทำให้สุข 
 
ปีใหม่ทั้งทีก็ขอเขียนเรื่องใหม่ๆละกัน
 
เราย้ายออกมาจากหอพักมาอยู่บ้านเช่าได้สักพักหนึ่งแล้ว
หอที่เราอยู่มาตั้งแต่เข้าเรียนที่มช.
หอที่เรารู้สึกผูกพันเหมือนบ้านหลังที่สอง
หอที่สอนให้เรารู้จักใช้ชีวิตไกลบ้าน
หอที่ทำให้เรารู้จักปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมห้อง
หอที่ทำให้เราเจอกับเรื่องที่แปลก
หอที่ทำให้รักเราเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
หอที่ทำให้รักเราจบลงอีกครั้ง
หอที่ทำให้เราพบเจอกับโชคชะตาที่แปลกประหลาด
หอที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยเมื่อได้กลับเข้ามา
หอที่ทำให้เรารู้จักการทะเลาะกับยาม
หอที่ทำให้เสื้อผ้าเราหาย
หอที่ลูกสาวร้านข้าวน่ารักมาก
หอที่ข้างห้อง....กันดังมาก
หอที่ฝรั่งชอบใส่บิกินี่ลงว่ายน้ำ
หอที่ทำให้เกิดการเริ่มต้นใหม่ๆ
หอที่.............................................
 
ถ้าให้บรรยายทุกเรื่องคงใช้เวลานานมาก
ถึงหอเก่าที่เคยอยู่จะไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ดีพอสำหรับเราแล้ว
 
เหตุผลที่เราย้ายออกมาอยู่บ้านเช่าก็เพราะเพื่อน
เพื่อนที่อยู่กับเราเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.1
เพื่อนเราอยากได้บ้านที่มีห้องครัวกว้างๆ
เพื่อนเราชอบอบขนม
แต่....
เพื่อนเราเป้นผู้ชายแท้ๆ!!!นะ
 
เราตามใจเพื่อนเพราะเราอยู่ที่ไหนก็ได้
แต่เราเป็นคนที่ผูกพันกับอะไรแล้วกว่าจะได้ใจได้ต้องใช้เวลานาน
หอพักหลังนี้เราก็ผูกพันกับมันมาก
ถึงขนาดที่ว่าย้ายมาอยู่บ้านได้อาทิตย์หนึ่งแล้วเรายังหนีกลับไปนอนที่หอเก่าเลย
แต่ตอนนี้เราก็ตัดใจได้แล้วนะ....
 
ว่าด้วยสมาชิกภายในบ้าน
มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 คนถ้วน
คนแรกคือเรา
คนที่สองคือเพื่อนของเราที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.1
คนที่สามคือเพื่อนคณะเดียวกันแต่คนละสาขา
คนที่สี่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในบ้าน
 
บ้านที่อยู่เป็นบ้านสองชั้นเป็นบ้านปูน-ผสมไม้
มีระเบียงที่กว้างมาก กว้างถึงขนาดพาเพื่อนเป็นสิบมากินเลี้ยงได้
แล้วก็มีต้นไม้นานาพันธุ์รอบบ้านเลย เราชอบมากที่รอบบ้านเต็มไปด้วยสีเขียว
 
เกือบทุกคืน กลิ่นหอมหวานจะฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน
เพื่อนเราชอบอบขนมตอนกลางคืน
และพวกเราสมาชิกในบ้านก็ต้องเป็นคนคอยชิม ตัดสินว่าขนมเข้าขั้นหรือยัง...
 
ที่ที่เราชอบที่สุดในบ้านคงเป็นระเบียง
เพราะมันกว้างมาก
กว้างจนมองเห็นท้องฟ้ากว้างๆ 
ตอนวันขึ้น15ค่ำ ก็มองเห็นพระจันทร์ดวงโตๆชัดมาก
คืนเดือนมืดก็มองเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า
วันเทศกาลต่างๆก็มองเห็นโคมลอยที่ชาวเชียงใหม่นิยมปล่อยเต็มฟ้า
เวลาเศร้าออกมานั่งเงียบๆคนเดียว....................
 
เราเริ่มสนุกกับการบ้านมาอยู่บ้านเช่า
ทุกคนมีห้องนอนเป็นของตัวเอง
ทุกคนช่วยดูแลบ้าน
กินข้าวพร้อมกัน
ยิ้มหัวเราะด้วยกันหน้าTV
เป็นมุมหนึ่งของชีวิตที่เราไม่ได้สัมผัสมานาน
เราคิดว่าเราคงมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้....

ชีวิตที่จากไป

posted on 17 Dec 2011 00:46 by skdragon  in Life
ตอนที่เรายังเป็นเด็กน้อย อายุประมาณ 5-6 ขวบได้
เราเคยเลี้ยงหมาสีขาวตัวหนึ่ง ตอนนี้เราจำชื่อมันไม่ได้แล้ว
แต่เรายังจำวันที่มันจากไปได้ว่าเรารู้สึกแบบไหน
เจ็บ เศร้า เสียใจ ร้องไห้ และไม่เข้าใจ
เพราะเราพึ่งได้รู้จักกับความตายเป็นครั้งแรก....
 
จนเมื่อไม่นานมานี้หมาที่เรารักมากสองตัวจากเราไป
มะพร้าว จากไปเงียบ เงียบ ใต้ต้นไม้....
ซูชิ จากไปต่อหน้าต่อตาน้องสาวคนเล็ก...
เรารู้เพียงแค่นี้ว่าซูชิ กับ มะพร้าว จากไปอย่างไร
จากเสียงของ แม่ และน้องสาว ผ่านสายโทรศัพย์
เราไม่มีโอกาสได้ฝังศพ 
ได้กอดเป็นครั้งสุดท้าย
ได้บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย
ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นหน้าทั้งสองตัวเป็นครั้งสุดท้าย....
 
ความรู้สึกเมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็กกลับมาหาเราอีกครั้ง และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
เรายังคง เจ็บปวด เสียใจ เสียน้ำตา เหมือนตอนเป็นเด็ก
แต่ตอนนี้เรารู้จักความตายดีกว่าตอนที่เป็นเป็นเด็ก
ทุกชีวิต ต้องจากโลกนี้ไปสักวัน เราเข้าใจดี
 
เรายังจำได้ดีทุกครั้งที่เรากลับบ้านไป
ทั้งสองตัวมีท่าทางมีความสุขแค่ไหน
แต่ตอนนี้เราทำได้เพียงเก็บภาพความทรงจำนั้นไว้...แค่นั้น
 
ทุกครั้งที่เรา คิดถึงซูชิ กับมะพร้าว
คำถามว่า ทำไม ก็ตามมาด้วยทุกครั้ง
ไม่ใช่ ทำไม ทั้งสองตัวถึงต้องตาย
แต่เป็นทำไม เราถึงไม่ทำดีกับทั้งสองตัวให้มากกว่านี้
ทำไมเราถึงไม่กลับบ้านไปหา
ทำไมเราถึงไม่อยู่ข้างๆเวลาที่เขาจากไป
ทำไม........... 
พอเราเริ่มถามตัวเองน้ำตาใสๆก็เริ่มคลอเบ้า และไหลอาบแก้มทุกครั้ง
 
ที่คนเราเสียใจมากตอนคนที่เรารักจากไป
เพราะเรารู้สึกผิด ที่เรายังทำดีกับเขาไม่พอ
ถึงเราทำดีมากแค่ไหน
แต่ตัวเราเองก็ยังรู้สึกไม่พออยู่ดี
เพราะต่อจากนี้เราไม่มีโอกาสทำดีกับเขาอีกแล้ว.....
 
 
 
 
 
 
 

ตรงนี้กำลังหนาวนะ

posted on 20 Oct 2011 02:08 by skdragon  in Day
 
ช่วงนี้ เวลานี้ของปี เราคงอยู่บ้าน กับ พ่อ แม่ น้องๆ และน้องหมา
นั่งมองวิวทะเลจากหน้าต่างที่คุ้นเคย...
 
แต่ปีนี้กับแตกต่างออกไป เรายังคงอยู่ที่เดิม ที่นี่ ที่เชียงใหม่
ที่ไม่กลับ ไม่ใช่เพราะไม่อยากกลับ แต่ด้วยปัญหาหลายๆอย่าง
ตอนนี้เกือบทุกที่ ทั่วประเทศไทย กำลังเจอปัญหาน้ำท่วม
เปิด Tv ดูข่าว เห็นภาพคนที่กำลังลำบากเพราะน้ำท่วม
เราก็อดเศร้าไม่ได้ ช่วยอะไรก็ไม่ได้มาก
ทำได้แค่คอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆแบบนี้ และภาวนาให้มันผ่านไปโดยเร็ว.....
ถึงบ้านเราจะน้ำไม่ท่วม ถึงที่ๆเราอยู่ตอนนี้ยังปกติดี
แต่เราก็อดเป็นห่วงคนที่เจอปัญหาไม่ได้...
 
ช่วงเวลานี้ของทุกปี อากาศของที่นี่จะเริ่มหนาว
แต่ปีนี้หนาวเร็วเป็นพิเศษเพราะฝนที่กระหน่ำลงมาแทบทุกวัน
มันหนาวมากขึ้นเมื่อ เพื่อนๆทะยอยกันกลับบ้านไป
บรรยากาศรอบมอเริ่มร้างผู้คน
หลังมอที่เคยคึกคัก ตอนนี้คนน้อยจนน่าใจหาย
ในมอก็สงบเงียบเหลือเกิน
เหมือนบรรยากาศรอบตัวที่ก่อนหน้านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
ค่อยๆเคลื่อนที่ช้าลง ช้าลง. . .
จนเรามีเวลาแหงนมองทองฟ้า
เมื่อ 4-5วันก่อน เราตกหลุมรักพระจันทร์ดวงเดิมอีกครั้ง
คืนที่ฟ้าโปร่ง อากาศเย็นๆ พระจันทร์เต็มดวง
มีเสน่ห์มากขึ้นอย่างประหลาด
จนเราเผลอมองพระจันทร์อยู่นานทีเดียว

.... เราหลงรักช่วงเวลานี้โดยไม่รู้ตัวจริงๆ